เขียนโดย Super User

ปภ.เตือนอันตรายปล่อยเด็กไว้ในรถ – นำเด็กโดยสารรถตามลำพัง

นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กล่าวว่า บ่อยครั้งที่เด็กมักถูกปล่อยไว้ในรถตามลำพัง หรือโดยสารรถโดยไม่มีผู้ดูแล ซึ่งมีความเสี่ยงที่เด็กจะได้รับอันตราย เพื่อความปลอดภัย กระทรวงมหาดไทย โดยกรมป้องกัน และบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ขอเตือนอุบัติภัยในรถที่มักเกิดกับเด็ก ดังนี้
ปภ.เตือนอันตรายปล่อยเด็กไว้ในรถ – นำเด็กโดยสารรถตามลำพัง

กระทรวงมหาดไทย โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เตือนอุบัติภัยในรถที่มักเกิดกับเด็ก โดยไม่ควรปล่อยเด็กไว้ในรถที่ไม่ได้สตาร์ทเครื่องยนต์ เพราะเสี่ยงต่อการเสียชีวิตจากความร้อนภายในรถ กรณีที่สตาร์ทเครื่องยนต์ไว้ เด็กเสี่ยงต่อการสูดดมก๊าซพิษเข้าสู่ร่างกาย และอุบัติเหตุจากรถเคลื่อนตัว และภัยอื่นๆ อาทิ ถูกประตู หรือกระจกหนีบนิ้ว รวมถึงไม่ควรนำเด็กเล็กโดยสารรถตามลำพัง ไม่นำเด็กนั่งตักผู้ขับขี่และผู้โดยสารที่นั่งด้านหน้ารถ ไม่ให้เด็กเล็กคาดเข็มขัดนิรภัย เพราะหากประสบอุบัติเหตุ เด็กจะได้รับอันตรายเพิ่มมากขึ้น

นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กล่าวว่า บ่อยครั้งที่เด็กมักถูกปล่อยไว้ในรถตามลำพัง หรือโดยสารรถโดยไม่มีผู้ดูแล ซึ่งมีความเสี่ยงที่เด็กจะได้รับอันตราย เพื่อความปลอดภัย กระทรวงมหาดไทย โดยกรมป้องกัน และบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ขอเตือนอุบัติภัยในรถที่มักเกิดกับเด็ก ดังนี้

อันตรายจากการปล่อยเด็กไว้ในรถตามลำพัง เสียชีวิตจากความร้อนภายในรถ การให้เด็กอยู่ในรถที่ไม่ได้สตาร์ทเครื่องยนต์เพียง 5 นาที อุณหภูมิในรถที่เพิ่มสูงขึ้น จะทำให้ร่างกายเด็กขับเหงื่อออกมาจนเมื่อถึงจุดที่ร่างกายทนไม่ได้ เลือดจะกลายเป็นกรดและอวัยวะต่างๆ หยุดทำงาน ส่งผลให้เด็กเสียชีวิตได้ สูดดมก๊าซพิษเข้าสู่ร่างกาย การให้เด็กอยู่ในรถที่สตาร์ทเครื่องยนต์เป็นเวลานาน เด็กจะสูดดมก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์จากท่อไอเสียที่พัดลมเครื่องปรับอากาศดูดเข้ามาในห้องโดยสารรถ ทำให้ขาดออกซิเจนและเสียชีวิตได้ อุบัติเหตุจากรถเคลื่อนตัว การให้เด็กอยู่ในรถระบบเกียร์อัตโนมัติที่สตาร์ทเครื่องยนต์ หากเด็กเลื่อนคันเกียร์หรือเหยียบคันเร่ง จะทำให้รถเคลื่อนตัวโดยปราศจากการควบคุม ส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุได้ ภัยอื่นๆ อาทิ ถูกประตูหรือกระจกหนีบนิ้ว ติดอยู่ในรถ เนื่องจากกดล็อกประตู ใช้นิ้วหรือวัสดุไวไฟแหย่ที่จุดบุหรี่ ทำให้ถูกไฟลวก ยื่นแขนขาออกไปนอกรถ ทำให้ถูกรถเฉี่ยวชน อันตรายจากการนำเด็กโดยสารรถตามลำพัง การนำเด็กนั่งตักผู้ขับขี่และผู้โดยสารที่นั่งด้านหน้ารถ เด็กอาจแย่งพวงมาลัยหรือเล่นคันเกียร์ ทำให้ผู้ขับขี่เสียสมาธิในการขับรถ โดยเฉพาะหากประสบอุบัติเหตุ เด็กจะได้รับอันตรายจากแรงกระแทก เพิ่มเป็น 2 เท่า การไม่ให้เด็กใช้ที่นั่งนิรภัยเมื่อโดยสารรถ เมื่อประสบอุบัติเหตุจะไม่มีอุปกรณ์ป้องกันอันตราย ทำให้ร่างกายเด็กพุ่งกระแทกกับอุปกรณ์อื่นภายในรถ และกระเด็กออกนอกรถ ส่งผลให้เด็กได้รับบาดเจ็บรุนแรงและเสียชีวิตได้ การให้เด็ก คาดเข็มขัดนิรภัยสำหรับผู้ใหญ่ เข็มขัดนิรภัยถูกออกแบบมาสำหรับผู้ใหญ่ จึงไม่เหมาะสำหรับเด็กที่มีสรีระและรูปร่างขนาดเล็ก เมื่อประสบอุบัติเหตุ นอกจากเข็มขัดนิรภัยจะไม่ช่วยปกป้องอันตรายแล้ว เด็กยังได้รับบาดเจ็บจากแรงรัด และการบาดของเข็มขัดนิรภัยได้ การไม่ล็อกประตูรถและปิดประตูรถไม่สนิท ก่อนออกรถควรตรวจสอบประตูรถให้ปิดสนิทและล็อกประตูรถทุกครั้ง รวมถึงไม่ควรให้เด็กนั่งข้างประตู เพื่อป้องกันเด็กเปิดประตูขณะรถวิ่ง ทำให้พลัดตกรถ เพื่อความปลอดภัย ทุกครั้งที่นำเด็กโดยสารรถก่อนออกรถ ควรตรวจสอบเด็กให้นั่งบนรถให้เรียบร้อย กดล็อกประตู และกระจกอัตโนมัติ พร้อมจัดให้เด็กนั่งที่นั่งนิรภัยที่เหมาะสมกับขนาด รูปร่าง และน้ำหนักตัวของเด็ก รวมถึงจัดให้มีผู้ดูแลเด็กนั่งรถไปด้วย จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดอันตรายกับเด็ก
 
ที่มา : ปภ.เตือนอันตรายปล่อยเด็กไว้ในรถ – นำเด็กโดยสารรถตามลำพัง เขียนโดย : สุพรรณี 
0
0
0
s2smodern
เขียนโดย Super User

งานสัมมนาระดับชาติ เรื่อง ความปลอดภัยทางถนน ครั้งที่ 13
วันที่ 6-7 ธันวาคม 2560 ณ ไบเทค บางนา กทม.

ซึ่งปีนี้ พิเศษตรงที่
1.เรื่อง “15ปีไม่ขี่” เป็น 1 ในกิจกรรมหลักของงานสัมมนาฯ
2.เป็นครั้งแรก ที่เปิดโอกาสให้นักเรียน ส่งผลงาน “ความปลอดภัยทางถนน” เข้าประกวดชิงรางวัล!!

CSIP จึงขอเชิญนักเรียน (ในโครงการ 15ปีไม่ขี่ 80 โรงเรียน) ส่งผลงาน “เด็ก don’t drive: 15ปีไม่ขี่มอเตอร์ไซค์” ที่ทำในโรงเรียนของท่าน เข้าประกวด มีเงินรางวัล 10,000 บาท พร้อมโล่ !!

(หากทีมใดผ่านเข้ารอบ CSIP จะสนับสนุนค่าใช้จ่าย (ลงทะเบียน, ที่พัก, อาหาร) การเข้าร่วมสัมมนาให้ ..โควตาไม่เกิน 3 คน/โรงเรียน)

รายละเอียด และ แบบฟอร์มสมัคร ..www.rswgsthai.com

..หมดเขตส่งผลงาน 31 กรกฎาคม 2560.. 
..ประกาศผล 1 กันยายน 2560...

จัดส่งผลงานที่ e-mail : This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it. หรือ www.rswgsthai.com 
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ 081-5440206

0
0
0
s2smodern
เขียนโดย Super User

งาน "15 ปี สสส. การเดินทางของความสุข"
ชวนทุกท่านมาร่วมออกเดินทางกัน
ในวันที่ 3 ส.ค.60 นี้ ที่อาคารศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ สสส.

 

15  ปี สสส. การเดินทางของความสุข thaihealth

ถ้าพูดถึง 15 ปีที่ผ่านมา คุณจะนึกถึงอะไร? ถ้าเป็นเด็กแรกเกิดตอนนี้ก็คงอยู่ในวัยรุ่นที่เข้าสู่ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ ถ้าเป็นคนที่อายุงานนานถึง 15 ปี ก็มากด้วยความเชี่ยวชาญในงานที่ทำ แต่ถ้าพูดถึงผู้เฒ่าผู้แก่ที่ผ่านวัยเกษียณ-วัยชรา ก็มากด้วยประสบการณ์ชีวิตที่พร้อมจะแนะนำลูกหลาน แล้วถ้าพูดถึงองค์กรที่ขับเคลื่อนงานสร้างเสริมสุขภาพให้คนไทยตลอด 15 ปีที่ผ่านมาล่ะ คุณจะคิดถึงอะไร?

หนึ่งในหลายๆ ความคุ้นชิน เมื่อพูดถึงสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ หรือ สสส.  หลายท่านคงคิดถึงคำรณรงค์ที่ติดหู ไม่ว่าจะเป็น “ให้เหล่าเท่ากับแช่ง” “ตั้งสติก่อนสาร์ท” “เมาไม่ขับ” แต่รู้หรือไม่ว่า แคมเปญรณรงค์ที่ช่วยสร้างความตื่นตัว จนเกิดกระแสทางสังคมนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงด้านสุขภาพในระดับประเทศนั้น เป็นเพียงส่วนหนึ่งในการทำงานสร้างเสริมสุขภาพ ที่ สสส. และภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐ เอกชน และภาคประชาสังคม ต้องการสร้าง “จุดเปลี่ยน” และให้เกิดค่านิยมใหม่ของสังคม

ภายในงานมีการนำเสนอนิทรรศการ “การเดินทางของความสุข”  ไฮไลท์สำคัญ คือ 15 บทเรียนสำคัญ ที่ สสส.ร่วมสร้างจุดเปลี่ยนแก่สังคม, การเสวนา “ThaiHealth’s Talk” แลกเปลี่ยนประสบการณ์การเดินทางของความสุข และแบ่งปันเรื่องราวสร้างแรงบันดาลใจจากผู้ทรงคุณวุฒิหลากหลายสาขา และ Showcase “นวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาวะ” จากภาคีเครือข่ายบริเวณชั้น 1-6 ของอาคารศูนย์การเรียนรู้ฯ รวมกว่า 31 นวัตกรรม เช่น รูปแบบช่วยเลิกบุหรี่ด้วยวิธีการนวดกดจุดสะท้อนเท้า  พลิกมุมมองเรื่องเพศ คุยกับลูกเชิงบวก  เป็นต้น

ด้วยปัจจัยทางสุขภาพที่เปลี่ยนแปลงไป การสร้างเสริมสุขภาพไม่ได้อยู่ในบริบทของการแพทย์และสาธารณสุขเท่านั้น แต่ต้องคำนึงถึงวิถีชีวิต พฤติกรรม สิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีสุขภาพที่ดี การดูแลวิถีชีวิตให้สร้างสุขภาพด้วยตนเองได้ ตามแนวคิดของ “การสร้างเสริมสุขภาพแนวใหม่”

“การปรับพฤติกรรม สิ่งแวดล้อม ตลอดจนวิถีชีวิต” มีมิติการทำงานที่ซับซ้อน และเชื่อมโยงกับหลากหลายหน่วยงาน สสส.จึงถูกจัดตั้งขึ้นเพื่อทำหน้าที่เป็นหน่วยเชื่อมประสานการทำงานร่วมกับหน่วยงานต่างๆ เพื่อมาร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลงสู่การมีสุขภาพที่ดีอย่างยั่งยืน ผ่านวิธีการทำงานที่หลากหลาย ทั้งการพัฒนาองค์ความรู้ สนับสนุนให้เกิดการวิเคราะห์วิจัย การขับเคลื่อนทางวิชาการ ส่งเสริมให้ชุมชนเกิดความเข้มแข็ง ตลอดจนการผลักดันนโยบายให้เกิดกฎหมาย หรือมาตรการที่เอื้อต่อการมีสุขภาพที่ดีของคนไทย

เมื่อมีองค์ความรู้ที่พร้อมแล้วในแต่ละประเด็น “การรณรงค์” เพื่อสร้างความตระหนักให้แก่สังคมจึงถูกนำมาดำเนินการผ่านแคมเปญต่างๆ เพื่อปลุกให้สังคมตื่นตัว เห็นความสำคัญของปัญหา และพร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างเสริมสุขภาพที่ดีขึ้นให้แก่สังคม

15  ปี สสส. การเดินทางของความสุข thaihealth

เพื่อนำเสนอกลไกการทำงานสร้างเสริมสุขภาพแนวใหม่ และเปิดพื้นที่ให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กระบวนการขับเคลื่อนจากผลงานที่เกิดขึ้นเป็นรูปธรรม หรือ “จุดเปลี่ยน” สำคัญทางสังคม ไม่ว่าจะเป็นการควบคุมการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จนเกิด พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ฉบับแรกของประเทศไทย, การกำหนดพื้นที่สาธารณะเป็นพื้นที่ปลอดบุหรี่ โดยทำงานกับภาคส่วนต่างๆ มารณรงค์ช่วยกันขับเคลื่อนและใช้กลยุทธ์ทางการตลาดสังคมเพื่อสร้างค่านิยมปลอดบุหรี่, การให้ความรู้เรื่องสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัยทางอาหาร, ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเนือยนิ่งสู่การมีกิจกรรมทางกายที่เหมาะสม ฯลฯ

3 สิงหาคม 2560 สสส. จึงได้จัดกิจกรรม Open House เปิดบ้าน สสส.  “15  ปี การเดินทางของความสุข” เพื่อบอกเล่าเรื่องราวตลอดการเดินทางสร้างเสริมสุขภาพของ สสส. และภาคีเครือข่ายกว่า 15,000 องค์กร

ภายในงานมีการนำเสนอนิทรรศการ “การเดินทางของความสุข”  ไฮไลท์สำคัญ คือ 15 บทเรียนสำคัญ ที่ สสส.ร่วมสร้างจุดเปลี่ยนแก่สังคม, การเสวนา “ThaiHealth’s Talk” แลกเปลี่ยนประสบการณ์การเดินทางของความสุข และแบ่งปันเรื่องราวสร้างแรงบันดาลใจจากผู้ทรงคุณวุฒิหลากหลายสาขา และ Showcase “นวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาวะ” จากภาคีเครือข่ายบริเวณชั้น 1-6 ของอาคารศูนย์การเรียนรู้ฯ รวมกว่า 31 นวัตกรรม เช่น รูปแบบช่วยเลิกบุหรี่ด้วยวิธีการนวดกดจุดสะท้อนเท้า  พลิกมุมมองเรื่องเพศ คุยกับลูกเชิงบวก  เป็นต้น

15  ปี สสส. การเดินทางของความสุข thaihealth

ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถเข้าร่วมกิจกรรม “15  ปี สสส. แนวทางการสื่อสาร การเดินทางของความสุข” ได้ตั้งแต่เวลา 10.30-16.00 น. ณ อาคารศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ สสส. ซอยงามดูพลี แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพฯ โดยสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมงานที่ http://www.15yearsthaihealth.com/  หรือ โทรศัพท์สอบถามที่ 02-343-1500

ที่มา : สำนักข่าวสร้างสุข

ภาพประกอบจากแฟ้มภาพ

http://www.thaihealth.or.th

http://www.15yearsthaihealth.com

0
0
0
s2smodern
เขียนโดย Super User

ศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ สสส. ชวนคุณมาร่วมกิจกรรมดีๆ ที่ส่งเสริมสุขภาพกาย ใจ สังคม และปัญญา ตลอดเดือนกันยายน 2560


กิจกรรม ‘Piloxing’ การออกกำลังกายแนวใหม่ เพื่อบริหารกล้ามเนื้อทุกส่วน ทำให้หัวใจสูบฉีดเต็มที่ เบิร์นไขมันที่ซ่อนอยู่ให้สลายหายไป แล้วการออกกำลังกายไม่ใช่เรื่องน่าเบื่ออีกต่อไป ทุกวันเสาร์ เวลา 10.30-12.00 น.  ณ ห้อง 413-414 ศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ ซ.งามดูพลี

กิจกรรม ‘Low Cost Exercise’ การออกกำลังกายด้วยการหยิบของใช้ภายในบ้าน อาทิ ผ้าขนหนู ไม้กวาด ไม้ถูพื้น มาออกกำลังกายง่ายๆ เคลื่อนไหวไปตามจังหวะ เรียงเป็นแถวสวยงามพร้อมเพรียง เป็นการฝึกฝนกล้ามเนื้อทุกส่วนโดยที่ไม่หนักจนเกินไป เหมาะกับทุกเพศทุกวัย หมดข้ออ้างในการออกกำลังกายในครั้งต่อไป ทุกวันเสาร์ เวลา 10.30-12.00 น.  ณ ห้อง Green ศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ ซ.งามดูพลี

กิจกรรมออกกำลังสมอง ‘Brain Gym’ ที่สามารถนำไปใช้พัฒนาศักยภาพการเรียนรู้ ความจำ ประสิทธิภาพในการคิด ทั้งในวัยเด็ก วัยทำงาน และผู้สูงอายุ ในวันเสาร์ที่ 16 กันยายน 2560  เวลา 10.30-12.00 น. ณ 414 ชั้น 4 อาคารศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ ซ.งามดูพลี

ชวนทุกท่านร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการส่งเสด็จสู่สวรรคาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในหลวงรัชกาลที่ 9  “ดารารัตน์...ดอกไม้ของพ่อ...” ดอกไม้จากเปลือกข้าวโพด ลงมือทำจากใจและสองมือของตัวเอง เพื่อแสดงความจงรักภักดีเป็นครั้งสุดท้าย ในวันเสาร์ที่ 23 กันยายน 2560 เวลา 13.00-15.00 น. ณ ห้อง 413-414 อาคารศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ ซ.งามดูพลี

แนะนำเคล็ดลับการนอนอย่างมีคุณภาพผ่านกิจกรรม “ยิ่งนอน...ยิ่งสุขภาพดี...” เรียนรู้วิธีส่งเสริมสุขภาพกับการนอนที่ถูกต้องตามหลักแพทย์ที่จะช่วยให้ร่างกายได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ สุขภาพดีขึ้นอย่างทันตาเห็น ในวันเสาร์ที่ 30 กันยายน 2560 เวลา 13.00-15.00 น. ณ ห้อง 201 อาคารศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ ซ.งามดูพลี

0
0
0
s2smodern
เขียนโดย Super User

งานวิ่ง Thaihealth Day Run 2017 มาแล้ว!! แบบเสื้อ ขนาดเสือ และแบบเหรียญในปีนี้ !

ระยะวิ่งที่เปิดรับสมัครปีนี้
 10k 5k และ 3k อัตราค่าสมัคร 250 บาท
 3kเด็ก อัตราค่าสมัคร 150 บาท
 ผู้พิการ อัตราค่าสมัคร 150 บาท (สามารถเลือกลงได้ทุกระยะ)
.
🚩 พิเศษ!! สำหรับระยะ 10k นั้น เราจะมีชิปจับเวลาให้ด้วยนะคะ 🚩
.
เปิดรับสมัครออนไลน์ผ่านทาง 
https://www.runningconnect.com/auth/login
(สมัครสมาชิกเว็บก่อน หรือใครที่เป็นสมาชิกเว็บอยู่แล้ว เพียง log in ก็สมัครได้เลยค่ะ)

แล้วพบกัน วันอาทิตย์ที่ 12 พฤศจิกายน 2560 
เจอกันสะพานพระราม 8 ค่ะ

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/runfornewlife/

0
0
0
s2smodern